ข่าวสารจากฝ่ายประธานภาคเอเชีย

    การฟื้นฟูพระกิตติคุณและศาสนจักรของพระเยซูคริสต์

    แม้เราจะมีความเชื่อมากมายเหมือนกัน แต่มีบางอย่างแตกต่างกัน และการเข้าใจความแตกต่างเหล่านั้นจะให้มุมมองสำคัญอันจะเสริมสร้างศรัทธาของเราและให้ทิศทางในชีวิตเรา

    เอ็ลเดอร์เดวิด พี. โฮเมอร์
    เอ็ลเดอร์เดวิด พี. โฮเมอร์ ที่ปรึกษาที่สองในฝ่ายประธานภาคเอเชีย

    สมาชิกศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายมีความเชื่อมากมายเหมือนกับคริสต์ศาสนิกชนอื่นๆ  เราขอประกาศด้วยความเคารพว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้าผู้เคยมีพระชนม์ชีพในบรรดามนุษย์ ทรงชดใช้บาปของโลก และหลังจากสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงกลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะสัตภาวะที่ฟื้นคืนพระชนม์และได้รับรัศมีภาพ  นอกจากนี้เราขอประกาศว่าพระองค์ทรงพระชนม์ในปัจจุบัน และสักวันหนึ่งพระองค์จะเสด็จมาแผ่นดินโลกอีกครั้ง

     

    แม้เราจะมีความเชื่อมากมายเหมือนกัน แต่มีบางอย่างแตกต่างกัน และการเข้าใจความแตกต่างเหล่านั้นจะให้มุมมองสำคัญอันจะเสริมสร้างศรัทธาของเราและให้ทิศทางในชีวิตเรา ความแตกต่างประการหนึ่งคือความเชื่อของเราที่ว่าศาสนจักรที่พระเยซูคริสต์ทรงสถาปนาได้สูญหายไปจากแผ่นดินโลกชั่วระยะเวลาหนึ่งและต้องได้รับการฟื้นฟูก่อนพระองค์เสด็จกลับมา

     

    ศาสดาพยากรณ์สมัยโบราณทำนายเหตุการณ์เหล่านี้  อาโมสศาสดาพยากรณ์สมัยพันธสัญญาเดิมกล่าวว่า “นี่แน่ะ วันเวลาก็มาถึง เมื่อเราจะส่งความกันดารมาที่แผ่นดิน ไม่ใช่กันดารอาหาร หรือกระหายน้ำ แต่จะเป็นการกันดารพระวจนะของพระยาห์เวห์ … เขาจะวิ่งไปวิ่งมาเพื่อแสวงหาพระวจนะของพระยาห์เวห์ แต่จะหาไม่พบ”1  ต่อมา อัครสาวกเปาโลเตือนวิสุทธิชนในเธสะโลนิกาว่าพระผู้ช่วยให้รอดจะไม่เสด็จกลับมา “จนกว่าจะมีการกบฏเสียก่อน”2 

     

    หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ สมาชิกจำนวนมากของศาสนจักรถูกข่มเหงขณะที่คนอื่นๆ เบี่ยงเบนออกจากหลักธรรมที่พระเยซูคริสต์และเหล่าอัครสาวกของพระองค์สอน  อัครสาวกถูกสังหารคนแล้วคนเล่า และสิทธิอำนาจฐานะปุโรหิต—รวมถึงกุญแจทั้งหลายที่ใช้กำกับดูแลและรับการเปิดเผยสำหรับศาสนจักร—สูญหายไปจากแผ่นดินโลก  ความเชื่อผิดๆ คืบคลานเข้ามาในคำสอนของศาสนจักรโดยปราศจากการนำทางของการเปิดเผย  ถึงแม้คนดีและความจริงมากมายยังอยู่ แต่พระกิตติคุณที่พระเยซูคริสต์ทรงสถาปนาไว้สูญหายไป


    'โปรดมั่นใจว่าการเปิดเผยยังคงมีอยู่ในศาสนจักรและจะยังมีต่อไปภายใต้การกำกับดูแลของพระเจ้าจนกว่า ‘จุดประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าจะสำเร็จ และพระเยโฮวาห์ผู้ทรงฤทธานุภาพจะตรัสว่างานสำเร็จแล้ว'

    ประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน

    ช่วงเวลานี้เรียกว่าการละทิ้งความเชื่อครั้งใหญ่  ระหว่างนี้ชายหญิงจำนวนมากแสวงหาความจริง แต่พวกเขาหาไม่พบ  คนดีๆ พยายามทำความเข้าใจและสอนความจริง แต่พวกเขาไม่มีพระกิตติคุณอันสมบูรณ์หรือสิทธิอำนาจฐานะปุโรหิต  ด้วยเหตุนี้ คนแต่ละรุ่นจึงได้รับอิทธิพลจากสิ่งที่คนรุ่นก่อนๆ ส่งต่อกันมา รวมถึงการเปลี่ยนพระกิตติคุณของพระคริสต์โดยไม่ได้รับมอบอำนาจ

     

    นักปฏิรูปที่ได้รับการดลใจ อย่างเช่น มาร์ติน ลูเธอร์และจอห์น คาลวิน ตระหนักว่าการปฏิบัติและหลักคำสอนต่างๆ ถูกเปลี่ยนหรือสูญหายไป พวกเขาจึงพยายามปฏิรูปนิกายที่ตนนับถือ   แต่พระกิตติคุณและศาสนจักรของพระคริสต์จะกลับมาเป็นแบบเดิมไม่ได้หากปราศจากสิทธิอำนาจฐานะปุโรหิต ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการฟื้นฟู

     

    ดังนั้น เมื่อสองร้อยปีที่ผ่านมา ต้นปี 1820 พระบิดาในสวรรค์จึงทรงเลือกศาสดาพยากรณ์ท่านหนึ่งผู้ซึ่งพระองค์จะทรงฟื้นฟูพระกิตติคุณดั้งเดิม ศาสนจักร และสิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตผ่านท่าน  ชื่อของศาสดาพยากรณ์ท่านนั้นคือโจเซฟ สมิธ  เมื่อเป็นเด็กหนุ่มโจเซฟสับสนกับความแตกต่างที่นิกายต่างๆ สอนในละแวกที่ท่านอยู่และต้องการรู้ว่านิกายใดถูกต้อง  โดยทราบว่าท่านขาดปัญญาท่านจึงทำตามคำแนะนำที่พบในพระคัมภีร์ไบเบิล “ถ้าใครในพวกท่านขาดสติปัญญา ให้คนนั้นทูลขอจากพระเจ้าผู้ประทานให้กับทุกคนด้วยพระทัยกว้างขวางและไม่ทรงตำหนิ แล้วเขาก็จะได้รับตามที่ทูลขอ”3

     

    เมื่อโจเซฟสวดอ้อนวอนขอให้รู้ความจริง พระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ทรงปรากฏต่อท่าน  พระเยซูรับสั่งไม่ให้โจเซฟนับถือนิกายใด เพราะ “พวกเขาเข้าใกล้เราด้วยริมฝีปากพวกเขา, แต่ใจพวกเขาอยู่ไกลจากเรา, พวกเขาสอนบัญญัติของมนุษย์เป็นหลักคำสอน, โดยมีรูปแบบของความเป็นเหมือนพระผู้เป็นเจ้า,  แต่พวกเขาปฏิเสธอำนาจในนั้น”4 ประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์นี้เริ่มต้นช่วงเวลาซึ่งทำให้ความจริง ศาสนพิธี และพรทั้งหมดของพระผู้เป็นเจ้ามีผลต่อสมาชิกศาสนจักรของพระคริสต์ทั้งสองด้านของม่าน

    The Restoration of the Gospel and Church of Jesus Christ

    เหล่าเทพนำสิทธิอำนาจจากสวรรค์มาให้ศาสดาพยากรณ์โจเซฟใช้ฟื้นฟูศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ สมบูรณ์ครบถ้วนตามรูปแบบเดิม ทั้งกุญแจและตำแหน่งฐานะปุโรหิต  ท่านแปลพระคัมภีร์มอรมอนตามการทรงนำด้วยการดลใจ  ต่อมามีการตีพิมพ์การเปิดเผยเพิ่มเติมในหลักคำสอนและพันธสัญญาและไข่มุกอันล้ำค่าเพื่อขยายความเข้าใจของทุกคนที่ยอมรับ  ศาสดาพยากรณ์ท่านอื่นๆ และการนำทางด้วยการดลใจตามมาจนกระทั่งประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันกลายเป็นศาสดาพยากรณ์ในสมัยของเรา

     

    ประธานเนลสันแสดงความคิดเห็นบ่อยครั้งว่าการฟื้นฟูไม่ใช่เหตุการณ์ แต่เป็นกระบวนการซึ่งดำเนินต่อเนื่อง  ท่านกล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “โปรดมั่นใจว่าการเปิดเผยยังคงมีอยู่ในศาสนจักรและจะยังมีต่อไปภายใต้การกำกับดูแลของพระเจ้าจนกว่า ‘จุดประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าจะสำเร็จ และพระเยโฮวาห์ผู้ทรงฤทธานุภาพจะตรัสว่างานสำเร็จแล้ว’”5

     

    คนที่ศึกษาประวัติศาสนจักรอย่างจริงจังจะไม่มีใครมองดูอัตราการเปลี่ยนแปลงในปีที่ผ่านๆ มาและสรุปต่างจากนี้  ข้าพเจ้ากล่าวคำพยานถึงความต่อเนื่องของการฟื้นฟูพระกิตติคุณและศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ และการดำรงอยู่ของศาสดาพยากรณ์ในสมัยของเรา■

     


    อ้างอิง

     

    1. อาโมส 8:11-12

    2. เธสะโลนิกา 2:3

    3. ยากอบ 1:5

    4. โจเซฟ สมิธ—ประวัติ 1:19

    5. รัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน “คำปราศรัยปิดการประชุม”  การประชุมใหญ่สามัญ เดือนตุลาคม 2019