เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์และได้รับพรจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงแม้แต่เมื่อสิบปีก่อน เราเข้าถึงเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดได้โดยตรงและสามารถมองเห็นไกลเกินกว่าระบบสุริยะของเราด้วยกล้องโทรทรรศน์และดาวเทียม อุปกรณ์ที่เราถืออยู่ในมือสามารถแปลภาษา ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ และเชื่อมโยงเรากับทุกคนได้ทุกที่ กระนั้น เรามักจะมองโลกทางโลกรอบตัวเราและไม่เห็นสิ่งใดที่โดดเด่น ไม่มีอะไรพิเศษ และไม่มีสิ่งใดที่เราจะเรียกว่าเป็นปาฏิหาริย์ได้เลย เราอ่านเรื่องราวในพระคัมภีร์ที่โนอาห์ต่อเรือ โมเสสแยกทะเลแดง และพระผู้ช่วยให้รอดทรงเปลี่ยนนํ้าเป็นเหล้าองุ่น ในเรื่องราวเหล่านั้น เราเห็นปาฏิหาริย์!
ปาฏิหาริย์หมดไปแล้วหรือ? ในบทท้ายๆ ของพระคัมภีร์มอรมอน โมโรไนตอบคําถามนี้โดยอ้างคําพูดของมอรมอนผู้ซึ่งเป็นบิดาของเขา “พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า, ปาฏิหาริย์หมดไปแล้วหรือ? ดูเถิดข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ไม่เลย; ทั้งเทพก็ไม่ยุติการปฏิบัติต่อลูกหลานมนุษย์” (ดู โมโรไน 7:29)
บ่อยครั้งเราพูดถึงปาฏิหาริย์ว่าเป็นเหตุการณ์อันอัศจรรย์ซึ่งอธิบายไม่ได้และเกินความเข้าใจของมนุษย์ มากกว่าที่จะมองว่าเป็นปรากฏการณ์ศักดิ์สิทธิ์ และปรากฏอยู่เสมอของเดชานุภาพของพระผู้เป็นเจ้าในชีวิตของเรา ปาฏิหาริย์เป็น “ผลตามธรรมชาติของการประทับอยู่ของพระเมสสิยาห์ท่ามกลางมนุษย์” (Bible Dictionary, “Miracles”) เช่น การทําให้จิตใจที่แข็งกระด้างอ่อนลง ความเข้มแข็งที่จะอดทนต่อการทดลองที่ยากลําบาก หรือสันติสุขที่รู้สึกได้ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าหรือความเจ็บปวด สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การแสดงให้ประจักษ์อันบริสุทธิ์ของเดชานุภาพ ของพระผู้เป็นเจ้าในชีวิตเราหรอกหรือ? นี่คือปาฏิหาริย์!
“พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า, ปาฏิหาริย์หมดไปแล้วหรือ? ดูเถิดข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่าน, ไม่เลย; ทั้งเทพก็ไม่ยุติการปฏิบัติต่อลูกหลานมนุษย์”
ดู โมโรไน 7:29
ขณะรับใช้งานเผยแผ่ในสเปน ลอเรนลูกสาวของข้าพเจ้าสังเกตเห็นการแสดงให้ประจักษ์อันน่าอัศจรรย์ของเดชานุภาพของพระผู้เป็นเจ้าในชีวิตเธอ เราสังเกตว่าช่วงหลายเดือนในคณะเผยแผ่ เธอเริ่มเรียกประสบการณ์หลายอย่างของเธอว่าเป็น “ปาฏิหาริย์” การพบกันโดยบังเอิญในสวนสาธารณะหรือทักทายตามท้องถนนถูกมองว่าเป็นการแสดงให้ประจักษ์ของเดชานุภาพของพระผู้เป็นเจ้าในชีวิตเธอ เมื่อเธอสังเกตเห็นปาฏิหาริย์อย่างหนึ่ง ปาฏิหาริย์อีกอย่างหนึ่งจะปรากฏขึ้น ยิ่งเธอเห็นปาฏิหาริย์มากเท่าใด เธอก็ยิ่งเห็นการแสดงให้ประจักษ์ อันบริสุทธิ์มากขึ้นเท่านั้น สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าเราทึ่งกับเรื่องราวศักดิ์สิทธิ์ที่มีมากขึ้นและได้รับการยกระดับจิตใจจากลักษณะของประสบการณ์ อันน่าอัศจรรย์บางครั้งของเธอ
ครั้งหนึ่ง เธอกับคู่กําลังเดินทางไปพบเพื่อนใหม่ แต่พวกเขาไปผิดทางและพบว่าตนอยู่ห่างจากจุดหมายไปสามสิบนาที ลอเรนหยุดเพื่อหาเส้นทาง ขณะที่คู่ของเธอซึ่งค่อนข้างลังเลที่จะผู้คุยกับผู้คนบนท้องถนน กลับตัดสินใจอย่างกล้าหาญที่จะพูดกับหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ในขณะนั้นเอง ที่ซึ่งห่างไกลจากจุดหมาย การสนทนาที่เรียบง่ายนําไปสู่คําเชื้อเชิญที่สวยงามให้รับพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา เพื่อนใหม่คนนั้นเข้าสู่นํ้าแห่งบัพติศมาและได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ การแสดงให้ประจักษ์อันบริสุทธิ์ของเดชานุภาพของพระผู้เป็นเจ้า อาจถูกมองข้ามโดยง่ายว่าเป็นความบังเอิญ หรือบางทีอาจเป็นโชค มากกว่าจะเป็น … ปาฏิหาริย์แท้จริง!
พระผู้ช่วยให้รอดทรงประกาศว่า “…เราคือพระผู้เป็นเจ้าแห่งปาฏิหาริย์; และเราจะแสดงแก่โลกว่าเราเป็นเหมือนกันทั้งวันวาน, วันนี้, และตลอดกาล…” (2 นีไฟ 27:23) ปาฏิหาริย์ยังไม่หมดไป แต่อยู่รอบตัวเราถ้าเรามีตาที่มองเห็น หูที่ได้ยิน และศรัทธาที่เชื่อ
พระเจ้าตรัสต่อไปว่า “เราไม่ทํางานในบรรดาลูกหลานมนุษย์นอกจากจะเป็นไปตามศรัทธาของพวกเขา” (2 นีไฟ 27:23) องค์ประกอบสําคัญของศรัทธาเป็นรากฐานให้หอคอยแห่งปาฏิหาริย์ตั้งตระหง่านอยู่ได้ พระเจ้าทรงประกาศว่า “เราจะแสดงปาฏิหาริย์, เครื่องหมาย, และการอันน่าพิศวง, แก่คนทั้งปวงผู้ที่เชื่อในนามของเรา” (คพ. 35:8) ศรัทธาของเรามาก่อนปาฏิหาริย์และความเชื่อของเราในพระนามของพระองค์นั่นเอง ที่ทําให้เราได้สัมผัสถึงปาฏิหาริย์เหล่านั้นอย่างแท้จริง!
มีปาฏิหาริย์อยู่รอบตัวเรา! จากความเรียบง่ายไปจนถึงสิ่งอัศจรรย์ เราสามารถมองเห็นการแสดงให้ประจักษ์ของเดชานุภาพของพระผู้เป็นเจ้า ได้ในการพบปะโดยบังเอิญ การเปลี่ยนแปลงของจิตใจ และการปฏิบัติของเหล่าเทพในยามจําเป็น เราอาจไม่ได้เป็นพยานถึงการแยกทะเลหรือการต่อเรือ แต่เราสามารถเห็นปาฏิหาริย์ในชีวิตอย่างแน่นอนเมื่อเรามองไปที่พระองค์ เราจะเห็นการกลับมาของบุตรที่หายไป เห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าในชีวิตเรา ได้รับการปลดปล่อยจากสิ่งที่จับเราไว้เป็นเชลย และได้รับคําตอบคําสวดอ้อนวอนของเรา และแม้ปาฏิหาริย์เช่นนั้นอาจไม่เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้น กับพี่ชายของเจเร็ด แอลมาและอมิวเล็ค หรือโจเซฟ สมิธ แต่เป็นการแสดงให้ประจักษ์อันบริสุทธิ์ของเดชานุภาพของพระผู้เป็นเจ้าในชีวิตเราไม่ด้อยไปกว่ากันเลย สิ่งเหล่านั้นคือปาฏิหาริย์
ขอให้เราเห็นปาฏิหาริย์ทุกวันเมื่อเราเห็นพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้าในชีวิตเรา เพราะพระองค์ทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าแห่งปาฏิหาริย์!!