คืนวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม ค.ศ.2026 ณ อาคารเสริมพระวิหารกรุงเทพประเทศไทย สมาชิกและเพื่อนผู้สนใจของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย หลายร้อยคนรวมตัวกันเพื่อรับฟังการประชุมให้ข้อคิดทางจิตวิญญาณกับเอ็ลเดอร์แพทริก เคียรอน แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสอง
ในการประชุม เอ็ลเดอร์เคลลีย์ อาร์. จอห์นสัน แห่งสาวกเจ็ดสิบและฝ่ายประธานภาคเอเชีย และภรรยาของท่านซิสเตอร์เทเรสซา ลีนน์ จอห์นสัน ได้ร่วมแบ่งปันถึงสองสิ่งที่ทำให้พวกท่านมีปีติในการดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณ
โดยซิสเตอร์จอห์นสันได้เล่าถึงปีติจากการที่ครอบครัวสามารถอยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์ผ่านศาสนพิธีในพระวิหาร เมื่อบิดาบุญธรรมของท่าน ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของศาสนจักรเสียชีวิตลงและสมาชิกแต่ละคนในครอบครัวทั้งหลานชาย ลูกชาย และตัวท่านเอง ได้มีโอกาสทำศาสนพิธีแทนคนตาย ตั้งแต่การบัพติศมา เอ็นดาวเม้นท์ และผนึกแทนคนตาย โดยมีความหวังว่าครอบครัวของท่านจะสามารถอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ในวันที่ครอบครัวได้กลับมารวมกันอีก ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด ซิสเตอร์จอห์นสันได้เชื้อเชิญให้พวกเราที่จะมีส่วนร่วมในงานสำคัญนี้ การเดินทางบนเส้นทางแห่งพันธสัญญาเพื่อนำไปสู่วันที่ครอบครัวจะได้กลับมาอยู่ร่วมกัน
ประธานจอห์นสัน ได้แบ่งปันอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ใจท่านเต็มไปด้วยปีติ คือ การสวดอ้อนวอนเพื่อขอพรและความช่วยเหลือจากพระเจ้า การทูลถามด้วยศรัทธาและเชื่อว่าเราจะได้รับคำตอบของปัญหา และการเปิดเผยส่วนตัว ที่จะทำให้เรารู้ว่า ความรักของพระเจ้ามากเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ ในขณะที่การดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณอาจมีความยากลำบาก แต่เราสามารถมีความสุข โดยการเชื่อในพระเมตตาอันละเอียดอ่อนของพระเจ้า เราสามารถเบิกบานในพระเจ้า และมีความหวังในอนาคตได้
หลังจากเพลงพิเศษที่บรรเลงโดยคณะนักร้องประสานเสียงร่วมกับเสียงขลุ่ยที่เป็นเครื่องดนตรีไทยจบลง พวกเรามีโอกาสได้รับฟังคำพูดจากซิสเตอร์เจนนิเฟอร์ เคียรอน โดยท่านได้พูดถึงแผลเป็นที่อยู่ตามร่างกายของเรา ที่แทบทุกคนมีบาดแผลเหล่านี้ ซึ่งบางครั้งเกิดจากเรื่องสนุกสนาน แต่บางครั้งก็ไม่ใช่ แผลเป็นส่วนมากไม่สามารถลบออกไปหมดจากร่างกายและหลายครั้งเราจดจำสาเหตุการเกิดของบาดแผลได้ เช่นเดียวกันกับร่างกายมรรตัย ร่างกายทางจิตวิญญาณของเราก็อาจเกิดบาดแผลได้ ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลที่เกิดจากบาปผ่านการทำผิดพลาด หรือบาดแผลที่เกิดจากผลการกระทำของผู้อื่น บางครั้งการเลือกใช้สิทธิ์เสรีของเราอาจทำให้เกิดบาดแผลทางใจภายหลัง เมื่อจิตวิญญาณอยากเป็นหนึ่งเดียวและพบสันติในพระเจ้า เราจะรักษาบาดแผลนี้ได้อย่างไร สิ่งหนึ่งที่สามารถปลอบโยนและช่วยเยียวยารักษาเราได้ คือ การกลับใจ เราสามารถหายจากบาดแผลทางจิตวิญญาณได้ทั้งหมดและไม่มีแผลเป็น ไม่บาดเจ็บและ ไม่มีการย้ำเตือนถึงบาดแผลอีก พระเจ้าให้อภ้ยบาป บาปของท่านได้รับการอภัยและพระเจ้าไม่จดจำบาปนั้นอีก ผ่านการชดใช้ของพระเยซูคริสต์เราสามารถได้รับการรักษาและหายดี ซาตานอาจหลอกเราว่า บาปนั้นยังไม่หายไป และเราไม่มีค่าควรเพราะเรายังจดจำบาปได้ แต่นั่นไม่ใช่หลักธรรมที่ถูกต้อง พระเจ้าให้อภัยบาปทั้งหมดแล้ว และเราได้รับการรักษาร่างกายทางจิตวิญญาณของเราจะไม่มีแผลเป็นอีก ขอให้เราจงมีปีติ เมื่อเรามองรูปปั้นพระเยซูที่บริเวณทางเชื่อมไปพระวิหาร เมื่อเรามองที่รอยตะปูบนพระหัตถ์ของพระเยซูคริสต์ และแผลเป็นที่พระบาทของพระองค์ ขอให้เราจดจำว่า ที่พระองค์ยังคงยอมให้มีแผลเป็นในร่างกายที่ได้ฟื้นคืนชีวิตแล้วนั้น เพียงเพื่อจะย้ำเตือนกับเราว่า เราไม่จำเป็นต้องมีบาปแผลอีก พระเจ้าได้รับเอาความเจ็บปวดเหล่านั้นไปแล้วและพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์
เอ็ลเดอร์แพทริก เคียรอน ได้แบ่งปันข่าวสารของท่านหลังจากนั้นว่า ในชีวิตมรรตัยเป็นการผสมกันระหว่างความรู้สึกมีความสุขและความทุกข์ยาก แต่การตอบสนองของเราต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นแตกต่างกัน บุตรของลีไฮทุกคนต่างได้รับประสบการณ์เช่นเดียวกันเมื่อต้องทิ้งบ้านที่สุขสบายมายังดินแดนทุรกันดาร บุตรสองคนสูญเสียศรัทธาของเขาและพร่ำบ่น ในขณะที่อีกสองคนมีศรัทธาเข้มแข็ง ขอให้ท่านลองเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนจากการพร่ำบ่นเป็นมีปีติ หากชีวิตนี้ท่านพลาดที่จะมีปีติสุข ท่านก็พลาดทุกสิ่ง ในบางครั้งเราอาจเติบโตในเส้นทางของพระเจ้า แต่ก็ยังพร่ำบ่นไปพร้อมกันด้วย เรายังคงย้ำเตือนตัวเองถึงความเจ็บปวดที่เกิดจากความผิดพลาดของตนเองหรือสิ่งที่ผู้อื่นกระทำต่อเรา ขอให้เรารู้ว่า เมื่อเราเจ็บปวด สวรรค์ก็ร้องไห้ไปกับเรา พระบิดาบนสวรรค์ทรงร้องไห้เมื่อเราเสียใจเช่นกัน หากบิดาที่เป็นมนุษย์ยังเจ็บปวดเมื่อเห็นลูกเล็กๆของเขาร้องไห้ พระบิดาที่ทรงเปี่ยมไปด้วยความรักจะเจ็บปวดเพียงใด เมื่อเห็นบุตรและธิดาของพระองค์บาดเจ็บ ด้วยเหตุนี้พระบิดาบนสวรรค์จึงทรงส่งพระบุตรของพระองค์ลงมายังโลกนี้ พระเยซูคริสต์ทรงรับเอาบาป ความเจ็บปวด ความทุกข์ และความทุพพลภาพทั้งปวงไปจากเรา การกลับใจจะนำมาซึ่งปีติ และเราจะไม่เจ็บปวดอีก ขอให้เราเชื่อในสิ่งเหล่านี้ ศรัทธาจะเปลี่ยนความยากลำบากให้ง่ายขึ้น ขอให้เรามองโลกใบนี้ด้วยเลนส์ของนิรันดร ความยากลำบากในวันนี้เป็นเพียงจุดหนึ่งของเส้นทางยาวไกลไปสู่ชีวิตนิรันดร์ เราไม่ได้มายังโลกใบนี้เพื่อรับการทดสอบและได้รับคะแนน แต่เรามายังโลกนี้ เพื่อเรียนรู้และเติบโต กระบวนการของการเติบโตจะเปลี่ยนชีวิตของเรา เราไม่สามารถแก้ไขทุกอย่างได้ แต่พระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์จะทรงทำสิ่งเหล่านั้นได้
เอ็ลเดอร์เคียรอนจบคำพูดของท่านด้วยการให้พรอัครสาวกสิบสองกับสมาชิกในประเทศไทยและจับมือการสมาชิกทุกท่านทีละคน เหมือนพระคริสต์ที่ทรงปฏิบัติศาสนกิจกับพวกเราทีละคน