นี่เป็นงานประชุมสตรีครั้งแรกของการเป็นสมาชิกของดิฉัน และด้วยหัวข้อ “ศรัทธาของผู้เปลี่ยนใจเลื่อมใส” ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเป็นการสื่อสารที่เป็นส่วนตัวมากๆ สำหรับดิฉัน หลังทราบว่าจะต้องเลือกเข้าฟังได้เพียง 2 ห้องจาก 8 ห้อง ดิฉันรู้สึกกดดันและเสียดายมากๆ แต่ก็พยายามเลือกหัวข้อที่คิดว่าน่าจะจำเป็นกับตนเอง คือ “ความศรัทธาและความภักดี” และ “สูตรง่ายๆ สู่ปาฏิหาริย์” เป็นสองห้องที่ดิฉันตัดสินใจเลือกไว้ตั้งแต่ก่อนไปแล้ว
หลังร่วมร้องเพลงกับคณะร้องเพลงประสานเสียงในช่วงต้นของการประชุม ผู้พูดท่านที่สองซิสเตอร์ทองปาลได้พูดหลายสิ่งที่ดิฉันประทับใจ ดังนี้
- ไม่ปล่อยให้การสูญเสียมากำหนดอัตลักษณ์
- เลือกพระผู้เป็นเจ้า เลือกที่จะอยู่เคียงข้างผู้อื่น แม้ไม่รู้แน่ถึงสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า
- เลือกทำสิ่งที่ถูกเสมอ และเลือกทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดไป
- เมื่อเรารู้สึกว่าเราไม่ดีพอ ให้เชื่อว่าพระเจ้าไม่ได้มองเห็นเราในแบบที่เราเห็นตนเอง
- อดทน ซื่อสัตย์ เชื่อฟัง
- อยู่เคียงข้างกันและกัน แบกภาระซึ่งกันและกัน
- พระเจ้าจะทรงทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ จากความพยายามเล็กๆ ของเรา
- พระเจ้าทรงจำทุกความพยายามของเราได้
ท่านต่อมาซิสเตอร์ไวท์ ได้ตั้งคำถามว่าเราจะสามารถทำให้ศรัทธาของเราคงอยู่ได้อย่างไร และได้ให้คำตอบว่า โดยการหยั่งรากลึกในพระเจ้า ด้วยการเชื่อฟังและภักดี ด้วยการทำสามสิ่งนี้สม่ำเสมอ คือ สวดอ้อนวอน ไปโบสถ์ และไปพระวิหาร และเรื่องราวที่ท่านสุดท้ายได้แบ่งปันก็น่าประทับใจมาก ช่วยให้ดิฉันเองยิ่งสำนึกคุณในชีวิตและทุกสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้ ชีวิตที่ดิฉันเคยพร่ำบ่นว่าย่ำแย่ทรมาน
ความขาดแคลนที่น่าเหนื่อยหน่าย วันเวลาที่ยังได้หายใจแต่กลับใช้ให้หมดไปวันๆ ของดิฉัน ในวันนี้ ด้วยพระคุณที่ทำให้ดิฉันได้ตื่นรู้และสำนึก ทำให้ดิฉันหวงแหนทุกเวลาที่มี ทุกสิ่งที่ได้มาหรือแม้แต่ทุกสิ่งที่ไม่ได้มาดิฉันก็ยังสามารถขอบพระคุณได้อย่างสุดหัวใจ ปิดช่วงแรกด้วยบทเพลงที่ 105 “เพราะฉันได้รับมากมาย” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาสำหรับดิฉันมาก เพราะยังต้องนั่งอยู่บนยกพื้นที่หันหน้าเข้าหาผู้เข้าร่วมทั้งหมด ทั้งน้ำตาที่ไหลไม่หยุดและอาการคัดจมูกจนต้องอ้าปากหายใจทำให้พยายามกลั้นอารมณ์ได้อย่างยากลำบาก
หลังจากนั้น ดิฉันพยายามฝ่าฝูงชนเพื่อไปห้องน้ำและตามหาห้องบรรยายที่ 2 ไม่แน่ใจว่าทีมงานมีผังห้องจัดเตรียมไว้หรือไม่ เพราะดิฉันไม่พบทั้งผังและห้องที่ต้องการ แม้จะมีผู้เข้าร่วมกลุ่มหนึ่งแนะนำว่าอยู่ชั้น 3 แต่เมื่อขึ้นไปก็ยังไม่พบ กว่าจะเจอห้องบรรยายก็ผ่านไปแล้วประมาณ 15 นาที
วิทยากรคือซิสเตอร์สุภาพร ซึ่งบรรยายเกี่ยวกับประวัติของนางรูธ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ฟังแบ่งปันประจักษ์พยานและประสบการณ์ส่วนตัว แม้จะมีเวลาเข้าฟังเพียงช่วงสั้นๆ แต่เนื้อหาน่าสนใจมาก ดิฉันประทับใจเป็นพิเศษกับความสามารถของผู้บรรยายในการบริหารเวลาและถ่ายทอดเนื้อหาได้อย่างกระชับและมีประสิทธิภาพ
มาถึงห้องบรรยายสุดท้ายกับซิสเตอร์ฮาร์เปอร์ ผู้ซึ่งเป็นดั่งปาฏิหาริย์ในชีวิตของดิฉันมาตั้งแต่วันที่เราได้พบกันครั้งแรกในพระวิหาร ในวันที่หัวใจของดิฉันเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง เธอได้นั่งลงพูดคุย เล่าเรื่องราวของตนเอง สอน ปลอบโยน และให้กำลังใจคนแปลกหน้าอย่างดิฉันด้วยความจริงใจ ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเธอในวันนั้นยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอมา นับจากวันนั้น ดิฉันพยายามทำตามคำแนะนำของเธอโดยไม่เคยหยุด ล้มเลิก หรือถอดใจ แม้เราจะมีโอกาสพบกันเพียงเป็นครั้งคราวเมื่อมาพระวิหาร แต่ทุกครั้งที่ได้พบ ดิฉันรู้สึกยินดีที่ได้เล่าเรื่องราวและความก้าวหน้าในชีวิตให้เธอฟัง และสิ่งที่ได้รับกลับมาเสมอก็คือกำลังใจ คำปลอบโยน คำชื่นชม และอ้อมกอดที่อบอุ่น เรื่อง the Rock Tumbler (เครื่องขัดหิน) ทำให้ดิฉันเห็นตนเองและปัญหาหนักใจของดิฉันชัดขึ้น ดิฉันเรียนรู้ว่าเราต้องการกันและกันเพื่อจะเป็นคนที่ดีขึ้น จงเป็นพรของใครคนหนึ่ง จงเป็นคำตอบคำสวดอ้อนวอนของใครสักคน จงเป็นคนที่มีเมตตาและเลือกสิ่งที่ถูกต้องอยู่เสมอ ทำสิ่งเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่ายอมแพ้ และทุกสิ่งที่ได้รับฟังมานี้
ดิฉันได้เรียนรู้จากทุกๆ ท่าน ผู้เป็นแหล่งกำลัง เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นแรงขับเคลื่อนที่จะทั้งผลักและดันให้ดิฉันเข็นตนเองจากจุดที่อยู่นี้ไปใกล้พระผู้เป็นเจ้ามากขึ้นในทุกๆ วัน ขอบคุณสำหรับความเสียสละ ความทุ่มเท ความอดทน และความเหน็ดเหนื่อยของผู้ที่อยู่เบื้องหลังงานครั้งนี้ ท่านอาจไม่ทราบเลยว่าสิ่งที่ท่านทำได้ช่วยเหลือและเสริมกำลังจิตวิญญาณของผู้คนมากเพียงใด บางคนอาจได้รับความช่วยเหลือในช่วงเวลาสำคัญของชีวิตอย่างที่แทบจะคาดไม่ถึง เช่นเดียวกับดิฉัน และดิฉันจะตอบแทนความใส่ใจและความรักที่ได้รับ ด้วยการพยายามเป็นคนที่ดีขึ้น เติบโตขึ้น และไม่ปล่อยให้ทุกสิ่งที่ได้รับในครั้งนี้สูญเปล่าอย่างแน่นอน